ทนายความ บริการรับทวงหนี้ ทวงถามหนี้ บริษัทตามหนี้ เร่งรัดหนี้สิน

คำว่า หนี้ บางทีมันก็น่ากลัว เพราะมันตามมาซึ่งดอกเบี้ยค่าใช้จ่ายต่างๆที่เราจะต้องรับภาระ และระยะยาวทำให้เรามีสถานะการเงินอ่อนแอลง ยิ่งลูกหนี้เป็นหนี้แล้วไม่รู้สถานการณ์ ยังใช้เงินไม่รู้เรื่องรู้ราว การเป็นหนี้มันไม่สนุกกว่าจะปลดหนี้ได้

อย่าลืมว่าดอกเบี้ยเดินตลอดเวลาไม่เคยหยุดพักผ่อนแม้กระทั่งเวลาเรานอนหลับดอกเบี้ยก็ยังเดิน เราป่วยนอนอยู่โรงพยาบาลทำงานไม่ได้แต่ดอกเบี้ยก็ยังเดิน แล้วคุณยังคิด อยากจะเป็นหนี้กันอีกหรือ

แน่นอน เมื่อท่านเป็นหนี้เป็นลูกหนี้ ก็จะต้องถูกเจ้าหนี้ทวงถามหนี้ นี่เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใด ซึ่งเจ้าหนี้บางคนก็ทวงหนี้ได้ด้วยตัวเองแต่บางคนก็ไม่มีเวลาหรือไม่ไหวจะเคลียร์กับลูกหนี้แล้ว

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการหาผู้ที่ให้บริการทวงหนี้หรือรับทวงหนี้ ซึ่งการทวงหนี้นี้เป็นการทวงหนี้ตามกฎหมาย โดยการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งต่อศาล ไม่ใช่ทวงหนี้นอกระบบ แน่นอนว่าต้องใช้เวลาและไม่มีใครการันตีว่า จะทวงหนี้คืนได้ ทุกบาททุกสตางค์หรือไม่

 

ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บ่อเกิดแห่งหนี้มี 2 แบบคือเกิดจากนิติเหตุ และนิติกรรม

สำหรับนิติกรรม อาจจะเกิดจากการทำสัญญา ข้อตกลงต่างๆระหว่างคู่สัญญา

สำหรับนิติเหตุ เป็นมูลหนี้ที่เกิดตามกฎหมาย เช่น เกิดจากเหตุละเมิด

เมื่อมีหนี้เกิดขึ้นแล้วก็ต้องใช้หนี้ ตามหลักแล้วหนี้ ไม่มีโอกาสสูญหายไป เว้นแต่ ขาดอายุความ การขาดอายุความก็ยังสามารถฟ้องคดีเป็นคดีแพ่งต่อศาลได้ หากจำเลยไม่ให้การต่อสู้หรือไม่ยกอายุความเป็นข้ออ้างศาลก็ยังพิพากษา ให้โจทก์ชนะคดีได้อยู่ดี

หนี้ มีหลายแบบ

1. หนี้ให้กระทำการ หรือหนี้ งดเว้นกระทำการ
2. หนี้ให้ส่งมอบทรัพย์สิน
3. หนี้เงิน เช่น เกิดจากสัญญากู้ยืม หนังสือรับสภาพหนี้ หนี้เงินสามารถคิดดอกเบี้ยได้

ในการฟ้องคดีดอกเบี้ยคิดได้ โดยทั่วไปแบ่งเป็น

1. ดอกเบี้ยตามสัญญา ถ้าเป็นสัญญาเงินกู้ ระหว่างเอกชนด้วยกันกำหนดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 15% ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยผิดนัด ก็คิดตามดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ตามสัญญาได้เลย
2. ดอกเบี้ยตามกฎหมายถ้าทำสัญญาเงินกู้แล้วไม่ได้กำหนดดอกเบี้ยไว้คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายได้ 7.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ว่ากฎหมายใหม่ พี่เพิ่งประกาศใช้ไปเมื่อเดือน เมษายน 2564 ถ้าไม่ได้กำหนดดอกเบี้ยไว้คิดดอกเบี้ยได้ร้อยละ 3 ต่อปีและดอกเบี้ยผิดนัดได้ร้อยละ 5 ต่อปี

ก่อนที่จะเป็นหนี้จนถูกทวงหนี้คิดให้ดี การที่เขาส่งหนังสือทวงถามหรือทวงหนี้ท่านเมื่อมีค่าใช้จ่ายเขาก็จะคิดกับลูกหนี้ บอกแล้วว่าลูกหนี้มีแต่ค่าใช้จ่าย ทุกอย่างถูกผลักภาระมาที่ลูกหนี้โดยเฉพาะเมื่อมีการทวงหนี้ หรือมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ดอกเบี้ยยังไม่หยุดเดินเลย ยกตัวอย่างน้ำท่วมปี 54 คนทำมาหากินไม่ได้ ต้องหยุดธุรกิจแต่ดอกเบี้ยไม่หยุดนะ