ทำร้ายร่างกาย ประกันตัว

ในข้อหาทำร้ายร่างกายจะต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเท่าไหร่และมีอายุความกี่ปี รวมถึงคดีนี้สามารถยอมความได้หรือไม่ ในเบื้องต้นเราก็จะต้องมาดูก่อนการทำร้ายร่างกายนั้นทำให้ คู่กรณีได้รับบาดเจ็บถึงขั้นไหนอย่างไรมีความรุนแรงของอาการบาดเจ็บแบบใด จึงจะวิเคราะห์ต่อว่า คดีนี้เข้าความผิดในมาตราใดเกี่ยวกับ ความผิดต่อร่างกายและจะมีโทษเท่าไหร่ตามกฎหมาย เมื่อมีโทษก็จะรู้ว่าต้องประกันตัวเท่าไหร่และมีอายุความกี่ปี ไล่ไปตามลำดับขั้นตอนกระบวนการคิด

 

 

ในประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ 10 ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย หมวด 2 ความผิดต่อร่างกาย

มาตรา 295          ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 296          ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิดนั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 297          ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี

สำหรับอาการที่บ่งบอกว่าเป็นอันตรายสาหัส มีดังต่อไปนี้คือ

(1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท

(2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์

(3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด

(4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว

(5) แท้งลูก

(6) จิตพิการอย่างติดตัว

(7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต

(8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน

 

ข้อหาเกี่ยวกับทำร้ายร่างกาย มีอัตราประกันตัว กี่บาทใช้หลักทรัพย์กี่บาท กำหนดอย่างกว้างๆอยู่ประมาณ 40,000 -150,000 บาท แต่ ถ้าหากจะมีการประกันเกิดขึ้นรบกวนโทรตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งถ้าประกันในชั้นศาลก็โทรติดต่อช่อง 1 ประชาสัมพันธ์ของศาลเพื่อถาม อัตราหลักทรัพย์ประกันตัวที่ชัดเจน เพราะแต่ละพื้นที่อาจจะมีความแตกต่างกัน

 

สำหรับการทำร้ายร่างกายโดยมีเหตุฉกรรจ์ซึ่งเหตุฉกรรจ์ระบุไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ซึ่งก็ได้แก่ การทำร้ายร่างกายบุพการี การทำร้ายเจ้าพนักงาน ทำร้ายผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน หรือทำร้ายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำร้ายผู้อื่นโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย ทำร้ายผู้อื่นเพื่อเตรียมการ หรือทำร้ายผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่ตน

 

ซึ่งถ้ามี เหตุฉกรรจ์ ก็จะต้อง มีอัตราระวางโทษมากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังเขียนไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 296

 

แล้วสำหรับจำเลยหรือผู้กระทำความผิดจะลงโทษเท่าไหร่ หากว่าจำเลยมีอายุไม่เกิน 15 ปีหรือ เป็นผู้มีอายุ 15-18 ปี หรือมีอายุ 18 ถึง 20 ปี อัตราการลงโทษจากไม่เหมือนกับผู้กระทำความผิดหรือจำเลยที่บรรลุนิติภาวะแล้ว จึงต้องพิจารณาจุดนี้อีกด้วย

 

คดีทำร้ายร่างกาย ยอมความได้ไหม

คดีทำร้ายร่างกายเป็นข้อหาทางอาญาซึ่งเป็นอาญาแผ่นดิน อันไม่อาจยอมความได้ดังนั้นเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นและถูกตั้งข้อหาแล้วจึงต้องดำเนินคดีอาญาต่อไปดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลควรจะเสร็จคดีความคือศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา

 

ข้อหาทำร้ายร่างกาย โทษและอายุความ

เนื่องจากข้อหา ทำร้ายร่างกายเป็นอาญาแผ่นดิน จึงมีอายุความดังต่อไปนี้คือ

 

1.สำหรับการทำร้ายร่างกายธรรมดา ที่ทำให้เกิดบาดเจ็บนิดหน่อย ไม่ถึงขั้นฟกช้ำดำเขียว หรือได้รับผลกระทบทางจิตใจ เป็นความผิดลหุโทษ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท อายุความหนึ่งปี

 

2.การทำร้ายจนถึงขึ้นบาดเจ็บแก่กาย มีการฟกช้ำดำเขียว เป็นการเจตนาทำร้าย ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บทางกายและจิตใจ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 มีบทลงโทษจำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท อายุความสิบปี

 

3.ทำร้ายร่างกาย อาการบาดเจ็บถึงขั้นสาหัส ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 (ดูรายละเอียดอาการสาหัส ตามกฎหมาย)มีบทลงโทษจำคุกไม่เกินสิบปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท อายุความสิบห้าปี

  1. สำหรับการทำร้ายร่างกายและ เป็นเหตุฉกรรจ์ ตามมาตรา 289 ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี มีอายุความ 10 ปี

 

คำแนะนำเกี่ยวกับคดี

เมื่อถูกทำร้ายร่างกายให้รีบไปตรวจร่างกาย เพื่อเป็นพยานหลักฐาน และรีบดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อจะได้ดำเนินการ กับผู้กระทำความผิดต่อไป ไปหามั่วชักช้าร่ำไร อาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้น เช่น ทำให้อายุความหมดลงหรืออาจทำให้การหาพยานหลักฐานต่างๆ เป็นไปได้ยากมากขึ้น เวลาผ่านไปนานพยานบุคคลอาจจะเสียชีวิตลงหรือย้ายถิ่นที่อยู่ไปต่างประเทศ ทำทำให้เกิดความยากลำบากในการ สืบพยานหลักฐานหรือการดำเนินคดี